อาหารต้านโรคช่วงหน้าฝน
อาหารต้านโรคช่วงหน้าฝน

สภาพอากาศที่อับชื้นและเย็นลงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคโดยไม่สนใจว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ภูมิต้านทานในช่วงนี้ไม่แข็งแรงแล้วล่ะก็ เชื้อโรคจะเข้าประชิดตัวและทำร้ายคุณได้ทันที ทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียแพร่ขยายและก่อโรคได้อย่างรวดเร็ว
จำนวนคนเข้าดู
 291 ลงวันที่  17 สิงหาคม 2559
ประจำเดือน :: สิงหาคม
วิธีดูแลสุขภาพสำหรับคนทุกช่วงวัยในหน้าฝน เริ่มต้นง่าย ๆ ที่ตัวคุณเอง ดังนี้ สำหรับเด็ก ๆ สิ่งที่ต้องกังวลเป็นพิเศษ คือ เชื้อโรคที่เกิดจากการสัมผัส เพราะเด็กๆ ส่วนใหญ่ มักไม่ค่อยใส่ใจรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของตัวเอง เช่น โรคตาแดง ที่อาจเกิดจากน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือนำมือที่เปื้อนสิ่งสกปรก ไปสัมผัสโดนดวงตา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโรคที่มากับการรับประทานอาหารหรือน้ำ เช่น โรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษ อย่างไรก็ตาม ในหน้าฝน มักพบไข้หวัดระบาดในเด็ก ซึ่งสาเหตุก็มาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือเด็กตากฝนจนไม่สบาย สำหรับผู้สูงวัย ซึ่งมีภูมิต้านทานโรคต่ำตามสภาพร่างกายที่อ่อนแอลง อาจป่วยเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเช่นกัน ซึ่งโรคที่พบได้บ่อยในคนสูงอายุ คือ โรคระบบทางเดินหายใจ ทั้งไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ซึ่งสามารถลุกลามไปถึงโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมได้ หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำท่วมขังปัสสาวะหนูตามพื้นถนนที่ปนเปื้อนอยู่ เมื่อเดินเท้าเปล่าอาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย โดยผ่านทางบาดแผล หรือเยื่อบุผิวหนัง จนป่วยเป็นโรคเลปโตสไปโรซิสหรือไข้ฉี่หนู ดังนั้น หากมีคนชราอยู่ที่บ้าน ควรดูแลเป็นพิเศษ เน้นย้ำเรื่องการสวมใส่รองเท้า หากเดินออกไปนอกบ้าน หรือเข้าไปในสวนหรือที่ชื้นแฉะ เพราะคนสูงวัยจำนวนไม่น้อยที่ชอบทำสวนและปลูกต้นไม้เป็นงานอดิเรก สำหรับคนวัยทำงาน ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะคิดว่าร่างกายแข็งแรงกว่าคนในวัยอื่นๆ ทุกวันนี้ คนวัยทำงานส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย เนื่องจากภาระหน้าที่การงานรัดตัว จึงทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันลดลง เป็นสาเหตุให้ป่วยเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้ หรือแม้กระทั่งการถูกยุงกัดก็อาจส่งผลให้เป็นโรคไข้เลือดออกหรือไข้สมองอักเสบได้เช่นกัน ดังนั้น หน้าฝนนี้ ควรดูแลสุขภาพตนเองอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับสภาพและมีภูมิต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ คำแนะนำเบิ้องต้นในการดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝน คือ 1. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ 2. พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ 3. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด 4. ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง 5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ 6. ออกกำลังกายเป็นประจำ 7. ระวังอย่าให้ถูกยุงกัด นอกจากดูแลตัวเองจากภายนอกแล้ว ไม่ว่าคุณอยู่ในวัยไหนก็ต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเน้นการรับประทานผักและผลไม้ เพราะสารอาหารที่รับประทานเข้าไปมีส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรง และรับมือกับโรคในช่วงหน้าฝนนี้ได้ สารอาหารต้านโรคที่แนะนำ มีดังนี้ เบต้าแคโรทีน พบมากในผักสีเขียว และผลไม้ที่มีสีส้ม เหลือง หรือแดง เช่น บร็อคโคลี ผักบุ้ง แครอท มะเขือเทศ มะละกอ วิตามินซี พบในผักและผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว กีวี พริกหยวก วิตามินอี พบมากในผักใบเขียว มะเขือเทศ กีวี ไข่ ถั่ว นม เนื้อปลา น้ำมันพืช วิตามินบี พบในผักใบเขียว นม เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ และธัญพืชจำพวก ถั่ว ข้าว ข้าวซ้อมมือ ซีลีเนียม พบในอาหารทะเล ตับ จมูกข้าวสาลี กระเทียม บร็อคโคลี ข้าวกล้อง สังกะสี พบในหอยนางรม ผลิตภัณฑ์นม เนื้อไก่ ไข่ ถั่วลิสง กระเทียม มีสารอัลลิซิน (allicin) และซัลไฟด์ (sulfides) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค และช่วยเสริมภูมิต้านทาน กรดโอเมก้า 3 คือกรดไขมันที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดขาว และแอนติบอดี้ พบมากในไข่ ปลาทะเล ถั่วเหลือง น้ำมันตับปลา โยเกิร์ต เต็มไปด้วยโปรไบโอติกส์ ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันไปจนถึงระดับเซลล์ ซึ่งช่วยปกป้องร่างกายจากไวรัส แบคทีเรีย รวมทั้งยังกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและแอนติบอดี้ให้กำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
ชื่อผู้ใช้ ::
รหัสผ่าน ::
ตรวจสอบอีเมล์
สำนักงานเทศบาลเมืองลำพูน
สำนักงานหลักประกันสุขภาพ
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
MICT
กระทรวงสาธารณสุข
สำนักงานประกันสังคม
ระบบรายงาน
สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ
แบบสำรวจลูกน้ำยุงลาย
บันทึกการปฎิบัติงาน